• แบบทดสอบกลุ่มการเรียนรู้

    0
    ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ลายเคลื่อนไหว



          แบบทดสอบทฤษฎีการเรียนรู้








    แบบทดสอบพาฟลอฟ

    1.ในระหว่างที่ครูกำลังสอนอยู่นั้น ก็มีเสียงกริ่งดังขึ้นมานั้นก็หมายความว่าได้เวลาพักเที่ยงแล้ว พฤติกรรมใดต่อไปนี้ แสดงถึงการตอบสนองที่วางเงื่อนไข
    ก.มานะ อยากให้ครูสอนต่อเนื่องจากยังไม่เข้าใจเนื้อหาที่เรียน
    ข.แก้ว รู้สึกหิวในทันทีเมื่อได้ยินเสียงกริ่ง
    ค.เมษา จะรอให้ครูสอนเสร็จก่อนแล้วค่อยออกไปกินข้าว
    ง.มาลี ไม่รอช้าเมื่อครูออกไปแล้วรีบนอนทันทีเนื่องจากเมื่อคืนนอนดึก

    2.เมื่อถึงเวลาที่ต้องไปเรียนหนังสือทุกคนต่างต้องตื่นเช้าไปโรงเรียน พฤติกรรมใด แสดงถึงการตอบสนองที่ไม่ต้องวางเงื่อนไข
    ก.พลอย ลุกขึ้นไปอาบน้ำในทันทีเมื่อได้ยินเสียงนาฬิกาปลุก
    ข.บอย ต้องให้แม่ปลุกทุกครั้งแล้วก็ไปอาบน้ำแต่งตัวด้วยตนเอง
    ค.เจนนี่ ตื่นดูนาฬิกาแล้วลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว
    ง.อ้อย ตื่นเองทุกครั้งแล้วไปอาบน้ำโดยไม่ต้องมีใครมาปลุก

    3.ในวันหยุดสุดสัปดาห์ แม่จะทำอาหารที่พิเศษให้รับประทานเป็นประจำ ทำให้ครอบครัวอยู่อย่างอบอุ่น เมื่อวันหนึ่งแม่ไม่ได้ทำอาหารอย่างเช่นสัปดาห์ที่ผ่านมา พฤติกรรมที่แสดงออกมาต่อไปนี้ จะมีการตอบสนองอย่างไร
    ก.พ่อ รีบมานั่งรอรับประทานอาหารฝีมือแม่
    ข.มีมี่ ชวนแม่ไปซื้ออาหารที่ตนเองอยากทาน
    ค.บอล นั่งเล่นเกมรอให้แม่ชวนไปทานอาหาร
    ง.แม่ ไปซื้ออาหารที่ตลาดให้ทุกคนทานอย่างอร่อย

    4. สุนัขจะน้ำลายไหลทุกครั้งเมื่อสั่นกระดิ่งและนำผงเนื้อมา ต่อมาเมื่อสั่นกระดิ่งอย่างเดียวน้ำลายจะไหล สุนัขเกิดการเรียนรู้แบบใด
    ก.เกิดการเรียนรู้ซ้ำๆ และความเคยชิน
    ข.เกิดการวางเงื่อนไขที่ตอบสนอง
    ค.เกิดจากการสัมผัสลิ้นกับผงเนื้อ
     ง.เกิดการเรียนรู้ลองผิดลองถูก

    5. ปฏิกิริยาน้ำลายไหลเมื่อมีสิ่งเร้ามากระตุ้น เป็นการตอบสนองแบบใด
    ก. การตอบสนองที่มีเงื่อนไข
    ข. การตอบสนองที่ไม่มีเงื่อนไข
    ค. การตอบสนองแบบคลาสสิค
    ง. การตอบสนองแบบคลาสสิคและมีเงื่อนไข

    6. ข้อใดเป็นทฤษฎีการเรียนรู้ของพาฟลอฟ
    ก.วีน่าเห็นอาหารแล้วรู้สึกหิวโดยทันที
    ข.มีร่าหิวก๋วยเตี๋ยวจึงเดินไปกิน
    ค.ชารีฟเห็นมะม่วงสุกจึงเอาไม้สอยมะม่วง
    ง.อานันมีความรับผิดชอบครูเลยให้รางวัลเป็นขนมเค้ก

    7. อัมมี่เป็นเด็กชอบงอเเงอยู่ตลอดเวลาและมีเเม่มาให้ขนมทุกๆครั้ง อัมมี่ทำแบบนี้เป็นประจำต่อมาแม่จับได้ว่าอัมมี่แกล้งทำเป็นงอเเงเพราะอยากได้ขนมแม่เลยหยุดการให้ขนม จากข้อความข้างต้นจัดอยู่ในกฎการเรียนรู้เเบบใด
    ก. กฎแห่งการลดภาวะ
    ข. กฎแห่งการฟื้นคืนสภาพ
    ค. กฎแห่งสรุปกฎเกณฑ์โดยทั่วไป
    ง. กฎแห่งความแตกต่าง

    8. โดยปกติแล้วมีร่าจะเดินทางกลับบ้านด้วยรถไฟอยู่เสมอ จนทำให้มีร่ารู้ว่ารถไฟจะมาในเวลาไหน เมื่อมีร่ามาถึงสถานีรถไฟปรากฏว่ารถไฟไม่เดิน จากข้อความข้างพฤติกรรมของมีร่าเป็นแบบใด
    ก. การตอบสนองที่ต้องวางเงื่อนไข
    ข. การตอบสนองที่ไม่ต้องวางเงื่อนไข
    ค. สิ่งเร้าที่ต้องวางเงื่อนไข
    ง. สิ่งเร้าที่ไม่ต้องวางเงื่อนไข

    9. ข้อใดเป็นการหยุดพฤติกรรมในการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิค
    ก. นานาชอบกินช็อกโกแลต เมื่อไปซื้อปรากฏว่าหมดแล้วทำให้นานาไม่ได้กินช็อกโกแลต
    ข. น้ำฝนตั้งใจเรียนเพราะแม่จะซื้อตุ๊กตาให้ เมื่อแม่ไม่ซื้อตุ๊กตาให้ทำให้น้ำฝนเป็นเด็กขี้เกียจ
    ค. ฟางจะรอให้เพื่อนติวหนังสือให้ตลอด เมื่อเพื่อนไม่ติวให้นานๆฟางก็จะอ่านหนังสือด้วยตนเอง
    ง. บีบีถูกตามใจตลอดเมื่อคนรอบข้างไม่ตามใจทำให้บีบีช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

    10. นานาชอบกินช็อกโกแลตมาก แต่บีบีไม่ชอบกินช็อกโกแลต วันหนึ่งนานาไปซื้อปรากฏว่าช็อกโกแลตหมด แต่ยังไม่หมดหวังนานาจึงรอซื้อในวันถัดไป แต่เมื่อถึงเวลาปรากฏว่าก็ยังไม่มีตามเคย ข้อความข้างต้นจัดอยู่ในกฎแห่งการเรียนรู้แบบใด
    ก. กฎแห่งการลดภาวะ
    ข. กฎแห่งการฟื้นคืนสภาพ
    ค. กฎแห่งสรุปกฎเกณฑ์โดยทั่วไป
    ง. กฎแห่งความแตกต่าง

    ...................................................................

    เฉลยแบบทดสอบทฤษฎีการเรียนรู้

    เฉลยทฤษฎีการเรียนรู้พาฟลอฟ
    1.ข
    2.
    3.
    4.
    5.
    6.
    7.
    8.
    9.
    10.ก



    ..............................................................


    ทฤษฏีการเรียนรู้กลุ่มพฤติกรรมนิยมของ จอห์น บี วัตสัน


    1. จากการทดลองสรุปได้ว่าการควบคุมสิ่งเร้าที่วางเขื่อนไขกับสิ่งเร้าตามธรรมชาตินั้น สามารถที่จะควบคุมให้เกิดสิ่งใดขึ้น?
    ก. การตอบสนองต่อสิ่งเร้า
    ข. พฤติกรรม
    ค. ความกลัว
    ง. การเรียนรู้ที่จะตอบสนองสิ่งเร้า

    2. พฤติกรรมของมนุษย์เกิดจากการตอบสนองต่อสิ่งใด
    ก. สิ่งเร้า 
    ข. สิ่งที่สนใจ
    ค. สิ่งที่ทำให้เกิดอารมณ์
    ง. สิ่งแวดล้อม

    3. สิ่งเร้าที่ไม่วางเงื่อนไขใหม่ (UCS) ที่ตรงข้ามกับสิ่งเร้าเก่า (UCS) เพื่อให้เกิดการตอบสนองที่ตรงข้ามกับการตอบสนองเดิม เป็นการวางเงื่อนไขแบบใด
    ก. การวางเงื่อนไขให้กลัว
    ข. การวางเงื่อนไขกลับ
    ค. การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิค
    ง. การวางเงื่อนไขแบบการตอบสนอง


    4. ข้อใดคือแผนผังแสดงการวางเงื่อนไขกลับ
    ก. กระต่าย (CS) (กลัว)
    ขนม (UCS) ชอบ (CR)
    ข. กระต่าย (CS) (เฉยๆ)
    เสียงดัง (UCS) กลัว (CR)
    ค. กระต่าย (CS) (กลัว)
    เสียงดัง (UCS) (เฉยๆ)
    ง. ข้อ ก. และข้อ ข. ถูกต้อง

    5. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่หลักการนำทฤษฎีของวัตสันมาประยุกต์ใช้
    ก. การนำหลักการเพิ่มพฤติกรรมมาใช้
    ข. การนำหลักการลดพฤติกรรมมาใช้
    ค. การนำกฎความคล้ายคลึงกันไปใช้
    ง. การนำกฎการจำแนกมาใช้

    6. ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง เกี่ยวกับทฤษฎีการเรียนรู้ของวัตสันที่ว่า พฤติกรรมเป็นสิ่งที่สามารถควบคุมให้เกิดขึ้นได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
    ก. เกิดขึ้นได้ เพราะโดยการควบคุมสิ่งเร้าที่วางเงื่อนไขให้สัมพันธ์กับสิ่งเร้าตามธรรมชาติ
    ข. เกิดขึ้นได้ เพราะการเรียนรู้จะคงทนถาวร หากมีการให้สิ่งเร้าที่สัมพันธ์กันนั้นควบคู่กันไปอย่างสม่ำเสมอ
    ค. เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะพฤติกรรมเป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ เนื่องจากเด็กจะเอาอารมณ์ของตนเป็นที่ตั้ง
    ง. ก และ ข ถูกต้อง

    7. วันหนึ่งขณะที่หนูน้อยนั่งเล่นอยู่ มีหนูขาววิ่งเขามาหนูน้อยก็นั่งเล่นโดยที่ไม่กลัวหนูขาวเลย วันต่อมาหนูน้อยนั่งเล่นอยู่ที่เดิมแล้วหนูขาวก็วิ่งเข้ามา ในขณะที่หนูขาววิ่งเข้ามานั้นพ่อของหนูน้อยก็ได้นำค้อนไปเคาะที่กระเบื้องข้างบ้านเกิดเสียงดัง ทำให้หนูน้อยตกใจแล้วเกิดความกลัว ความกลัวที่กล่าวมาข้างต้น เรียกอีกอย่างว่าอะไร
    ก.UCS
     ข.CR
     ค.UCR
     ง.CS

    8. วัตสัน ใช้สิ่งเร้าสองสิ่งมาคู่กันแล้วทำให้เกิด การตอบสนองอย่างเดียวกัน สิ่งเร้าสองสิ่งคืออะไร
    ก. สิ่งเร้าที่วางเงื่อนไข (CS) กับ สิ่งเร้าที่ไม่วางเงื่อนไข (UCR)
    ข. สิ่งเร้าที่วางเงื่อนไข (CS) กับ ความกลัว (CR)
    ค. ความกลัว (CR) กับ การตอบสนองที่ไม่ต้องวางเงื่อนไข (UCR)
    ง. สิ่งเร้าที่ไม่วางเงื่อนไข (UCR) กับ การตอบสนองที่ไม่ต้องวางเงื่อนไข (UCR)

    9. ข้อใดคล้ายคลึงกับการทดลองของวัตสันมากที่สุด
    ก. จอยอยากให้สนุขเดินได้จึงให้อาหารสุนัขโดยการแขวน
    ข. อายสั่นกระดิ่งก่อนให้อาหารปลาทุกครั้งเพื่อเป็นสัญญาน
    ค. ปิงเป่านกหวีดทุกครั้งเมื่อมีคนเดินเข้าใกล้กรงเสือ
    ง. แอลฟาชอบเล่นกระต่าย แม่ไม่อยากให้แอลฟาเล่นกระต่ายจึงเปิดวีดีโอผีกระต่ายให้แอลฟาดูบ่อยๆ แอลฟากลัวมากและไม่อยากเล่นกระต่ายอีกเลย

    10. แนวคิดของบุคลใดตรงกับแนวคิดของวัตสันมากที่สุด
    ก. เจนเชื่อว่าสิ่งแวดล้อมคือตัวกำหนดพฤติกรรมของเด็ก
    ข. นานาเชื่อว่าเขาสามารถสร้างให้เด็กเป็นอะไรก็ได้โดยการวางเงื่อนไข
    ค. อิงเชื่อว่าการวางเงื่อนไขต้องดูจากภูมิฐานของเด็ก
    ง. ซาร่าเชื่อว่าเด็กคือผ้าขาวที่ผู้ใหญ่จะแต่งเติมอย่างไรก็ได้

    ...................................................................


    เฉลยทฤษฎีการเรียนรู้จอห์น บี วัตสัน
    1.ข
    2.
    3.
    4.
    5.
    6.
    7.
    8.
    9.
    10.ข

    ...................................................................


    แบบทดสอบองสกินเนอร์

    1. การทดลองของสกินเนอร์โดยใช้หนูเป็นตัวทดลอง สถานการณ์ใดต่อไปนี้เป็นเงื่อนไขการกระทำที่ถูกต้องที่สุด
    ก คาน
    ข ได้ยินเสียงแกร็ก
    ค อาหาร
    ง หิว

    2. การทดลองของสกินเนรอ์โดยใช้หนูเป็นตัวทดลอง ข้อใดต่อไปนี้เป็นการแสดงพฤติกรรมของหนูหลังจากที่สกินเนอร์หยุดให้อาหารเมื่อมีการกดคาน
    ก หนูจะกดคานเรื่อยๆจนกว่าจะได้อาหาร
    ข หนูจะกดคานซ้ำหนึ่งครั้ง แล้ววิ่งวนอยู่ในบล๊อก
    ค หนูจะกดคานซ้ำ 2-3 ครั้ง แล้วก็เลิกกด
    ง หนูจะกดคานซ้ำ 4-5 ครั้ง แล้วก็เลิกกด

    3. ในการทดลองโดยใช้นกพิราบเป็นตัวทดลอง สถานการณ์ใดต่อไปนี้เรียกว่าการเสริมแรง
    ก นกพิราบได้กินอาหาร
    ข นกพิราบได้จิกปุ่มสีแดง
    ค นกพิราบอดอาหารแล้วเกิดอาการหิว
    ง.นกพิราบจิกปุ่มสีแดงแล้วได้เห็นไฟ

    4. วีนาชอบช่วยแม่ทำงานบ้าน ทุกครั้งที่วีนาช่วยแม่ทำงานบ้าน วีนาจะถูกชมว่าเป็นเด็กขยันหมั่นเพียร พฤติกรรมข้างต้นตรงกับข้อใดต่อไปนี้
    ก การเสริมแรง
    ข การเสริมแรงทางลบ
    ค การเสริมแรงทางบวก
    ง การเสริมแรงทุกครั้ง

    5. ในขณะที่มายอกำลังเรียนอยู่ในชั้นเรียน มายอก็ได้ยินเสียงเครื่องจักรกำลังทำงานอยู่ พฤติกรรมข้างต้นตรงกับข้อใดต่อไปนี้
    ก การเสริมแรงบางช่วงเวลาที่แน่นอน
    ข การเสริมแรงบวก
    ค การเสริมแรงลบ
    ง การสเริมแรงตามช่วงเวลาที่ไม่แน่นอน

    6. ข้อใดต่อไปนี้คือการเสริมแรงบางช่วงเวลาที่แน่นอน
    ก ครูมะลิจะมีการสอบเก็บคะแนนทุกๆสัปดาห์
    ข ทุกๆครั้งที่นูนุห์เปิดคอมพิวเตอร์แล้วจะเห็นภาพ
    ค หลังจากสอนเสร็จ ครูมานพทำการสุ่มถามนักเรียนตามช่วงเวลาที่ต้องการ
    ง ทุกๆครั้งที่บอลเปิดฝ่าชี บอลจะรู้สึกหิวเมื่อได้เห็นกับข้าวที่แม่ทำ

    7. ข้อใดต่อไปนี้ไม่มีผลกรรม
    ก บีบี้ปั้นจักรยานเพื่อไปซื้อข้าวยำหน้าปากซอย
    ข มะลิเปิดวิทยุแล้วได้ยินเสียงเพลงที่ตนเองชอบ
    ค มีมี่เปิดโทรทัศน์แล้วเห็นโฆษณาละคร
    ง โบวี่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเซลฟี่แล้วได้รูปที่ตนเองพอใจ

    8. ข้อใดต่างจากข้ออื่น
    ก พ่อจะให้รางวัลแก่น้องเมย์ เมื่อน้องเมย์ตั้งใจเรียน
    ข ทุกครั้งที่ฝนตก เจ้าของแพะจะไล่แพะให้ไปหลบฝนใต้หลังคา
    ค เมื่อใดก็ตามที่แมวเลียขามินนี่ มินนี่จะรู้สึกเอ็นดูและอุ้มแมวมาโอบกอด
    ง เจ้าของลิงจะให้อาหารลิงทุกครั้งเมื่อลิงทำตามคำสั่ง

    9. เมื่อนางฟ้าทำเกรดเฉลี่ยได้ต่ำกว่า 2.00 พ่อจะลดเงินค่าขนมครึ่งนึ่ง พฤติกรรมข้าง
    ต้นตรงกับข้อใดต่อไปนี้
    ก การลงโทษทางลบ
    ข การลงโทษทางบวก
    ค การเสริมแรงทางลบ
    ง การเสริมแรงทางบวก

    10. มาดามมดเพิ่มงานบ้านให้แจ่ว เพราะรู้สึกว่าแจ่วอู้งานบ่อยและชอบหนีไปเที่ยวกับคนขับรถ พฤติกรรมข้างต้นตรงกับข้อใดต่อไปนี้
    ก การลงโทษทางลบ
    ข การลงโทษทางบวก
    ค การเสริมแรงทางลบ
    ง การเสริมแรงทางบวก

    ...................................................................

    เฉลยทฤษฎีการเรียนรู้สกินเนอร์
    1.ข
    2.
    3.
    4.
    5.
    6.
    7.
    8.
    9.
    10.ข

    ...................................................................

    แบบทดสอบของธอร์นไดค์

    1.น้องตุ๊กได้คะแนนวิชาภาษาไทยสูงเพราะน้องตุ๊กชอบคุณครูวิชาภาษาไทย น้องตุ๊กจัดอยู่ในกฎข้อใดของธอร์นไดค์
    ก.กฎการฝึกหัด
    ข.กฎความพอใจ
    ค.กฎความพร้อม
    ง.กฎการได้ใช้

    2.น้องสาได้ประดิษฐ์แจกันจากขวดน้ำที่เหลือใช้ น้องสาทำซ้ำๆกันจนเกิดความชำนาญ น้องสาจัดอยู่ในกฎข้อใดของธอร์นไดค์
    ก.กฎการฝึกหัด
    ข.กฎความพอใจ
    ค.กฎความพร้อม
    ง.กฎการได้ใช้

    3.นกได้เรียนวิธีการกำจัดศัตรูพืชแต่เขาไม่ได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวันจึงให้เกิดการหลงลืม การกระทำดังกล่าวจัดอยู่ในการกระทำข้อใด
    ก.กฎการไม่ได้ใช้
    ข.กฎความพอใจ
    ค.กฎความพร้อม
    ง.กฎการได้ใช้

    4.คุณพ่อซื้อของเล่นให้กับลินแต่ฟ้าแย่งของเล่นของลิน จึงทำให้ลินโมโหและโกรธฟ้ามาก พฤติกรรมนี้จัดเป็นกฎในข้อใด
    ก.พอใจ
    ข.ไม่พอใจ
    ค.ปล่อยวาง
    ง.ไม่มีข้อใดผิด

    5.แมวอ่านหนังสือก่อนสอบสองเดือนเพื่อเตรียมตัวสอบเข้าในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเมื่อถึงวันประกาศผลแมวได้ผ่านการคัดเลือกเธอจึงดีใจเป็นอย่างมากข้อความดังกล่าวจัดอยู่ในกฎความพร้อมข้อใด
    ก.พอใจ
    ข.ไม่พอใจ
    ค.ปล่อยวาง
    ง.ได้ดั่งใจ

    6.อดีตมุกเป็นเด็กที่มีผลการเรียนดีแต่ช่วงหลังมานี้มุกไม่ได้ทบทวนบทเรียนจึงทำให้ผลการเรียนแย่ลงการกระทำของมุกอยู่ในกฎข้อใด
    ก.กฎพอใจ
    ข.กฎไม่พอใจ
    ค.กฎได้ใช้
    ง.กฎไม่ได้ใช้

    7.ใครใช้กฎการฝึกหัดของธอร์นไดค์
    ก.ดาวเป็นคนดีชอบช่วยเหลือผู้อื่นจึงทำให้คนรอบข้างรักดาว
    ข.หญิงฝึกขี่จักรยานทุกวัน จนสามารถไปแข่งขันได้
    ค.นิชากล่าวชมและปรบมือ หลังจากที่หนูนิดตอบคำถามที่ครูถามได้
    ง.นุชโดนพ่อดุเวลาทำผิด จึงทำให้นิดเป็นเด็กเกเร

    8.ซาร่าทบทวนบทเรียนในแต่ละวันที่ครูสอนและอ่านล่วงหน้าในเรื่องที่ครูยังไม่ได้สอน เธอจึงสอบได้ที่ 1 ของห้องมาตลอด ซาร่าอยู่ในกฎข้อใดของธอร์นไดค์

    ก.กฎแห่งความพร้อม
    ข.กฎของการฝึกหัด
    ค.กฎแห่งความเป็นผล
    ง.กฎแห่งการไม่ใช่

    9. บุคคลใดต่อไปนี้ปฏิบัติตนตรงตามกฎของธอร์นไดค์ถูกต้องที่สุด
    ก. นัดจดทุกคำพูดของอาจารย์เพราะคิดว่าสิ่งที่อาจารย์พูดถูกต้องที่สุด
    ข. จี๊ดนั่งสมาธิก่อนนำเสนองานในทุกๆครั้ง ทำให้เธอมีความมั่นใจและทำออกมาได้ดี
    ค. นานาชอบไปโรงเรียนเพราะครูที่โรงเรียนใจดี
    ง. ฟลุ๊คจะได้รับรางวัลจากพ่อทุกครั้งที่เขาสอบได้ที่ 1

    10. แบงค์เรียนตรีโกนมิติตอนอยู่ชั้นมัธยมปลาย แต่หลังจากที่เขาเข้ามหาวิทยาลัยเขาไม่ได้ทบทวนสิ่งที่เคยเรียนมาจึงทำให้ลืมความรู้นั้นไป จากตัวอย่าง แบงค์อยู่ในกฎข้อใดของธอร์นไดค์
    ก. กฎแห่งการฝึกฝน
    ข. กฎแห่งความพอใจ
    ค. กฎแห่งความพร้อม
    ง. กฎแห่งความไม่พอใจ

    ...................................................................

    เฉลยทฤษฎีการเรียนรู้ธอร์นไดค์
    1.ข
    2.
    3.
    4.
    5.
    6.
    7.
    8.
    9.
    10.ก

    ...................................................................

    แบบทดสอบทฤษฎีของบันดูร่า

    1.ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยสำคัญในการเรียนด้วยการสังเกต
    ก. เบลมีความใส่ใจที่จะสังเกตตัวแบบและสัญลักษณ์ต่างๆ
    ข. บิวบันทึกสิ่งที่สังเกตหรือสิ่งที่รับรู้ไว้ในความทรงจำระยะยาว
    ค. ครูให้ชบาแสดงพฤติกรรมโดยตัวแบบ และให้ทำซ้ำ เพื่อให้ชบาจำได้ดี
    ง. บัวแสดงพฤติกรรมในการเลียนแบบไม่เหมาะสมจึงถูกคุณครูลงโทษ

    2. ข้อใดไม่ใช่การนำทฤษฎีของแบนดูรามาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน
    ก. ครูดาวจัดเวลาให้นักเรียนมีโอกาสแสดงพฤติกรรมเหมือนตัวแบบเพื่อจะได้รู้ว่านักเรียนสามารถจะเลียนแบบได้หรือไม่
    ข. ครูสมอให้แรงเสริมแก่นักเรียนที่สามารถเลียนแบบได้ถูกต้อง
    ค. ครูให้นักเรียนเรียนรู้ด้วยการลองผิดลองถูก
    ง. ครูแป้งให้นักเรียนดูการ์ตูน ภาพยนตร์ เพื่อให้ดูตัวอย่างการกระทำที่หลากหลาย

    3. แม่รู้ว่าฝ้ายกลัวกระต่าย แม่จึงให้ฝ้ายดูการ์ตูนที่ตัวการ์ตูนจับกระต่ายโดยไม่รู้สึกกลัว จากนั้นแม่จึงเอากระต่ายใส่กรงให้ฝ้ายเล่น แรกๆฝ้ายก็ทำหน้าวิตก จากนั้นก็เริ่มเข้าใกล้กรงจนสุดท้ายฝ้ายจึงให้แม่เปิดกรงแล้วเอากระต่ายมาอุ้ม จากข้อความข้างต้นนี้เป็นการทดลองของใคร
    ก. บันดูราและร็อส
    ข. บันดูราและเมนลอฟ
    ค. บันดูราและพาฟลอฟ
    ง. บันดูราและเกสตัน

    4. ข้อใดเป็นการทดลองของบันดูราและร็อส
    ก. มิกซ์กลัวสุนัข แม่จึงพยายามนำสุนัขมาให้มิกซ์เล่น
    ข. มุกเห็นแม่ชอบนุ่งกระโปรงสั้น มุกจึงชอบนุ่งกระโปรงสั้นๆตามแม่
    ค. มิวรู้ว่าการทุจริตในการสอบต้องทำอย่างไร จึงจะไม่ถูกจับได้ แต่มิวเลือกที่จะไม่ทำ
    ง. เมย์เห็นโมเอาน้ำสาดใส่เพื่อน เมย์จึงทำตามพฤติกรรมของโม โดยการเอาน้ำสาดใส่เพื่อนเช่นกัน

    5. ข้อใดเป็นการนำทฤษฎีมาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน
    ก. ครูสวยเปิดวิดีโอเต้นพร้อมอธิบายการเต้นที่สวยงามแล้วให้นักเรียนเต้น ตามวิดีโอ จากนั้นจึงไปประกวดในงานของโรงเรียน
    ข. ครูหมีให้เด็กๆดูการ์ตูน แล้วให้เด็กๆอธิบายเรื่องราวของการ์ตูน
    ค. ครูจุให้เด็กๆกลับไปสังเกตสิ่งแวดล้อมใกล้บ้าน แล้วมาเล่าให้เพื่อนฟัง
    ง. ครูจ๋าปล่อยให้เด็กๆอยู่กันตามลำพังในห้องแล้วครูจ๋าจะออกไปสังเกตพฤติกรรมของเด็กๆจากกล้องที่ติดไว้

    6. ตอนเด็กๆส้มส้มมักจะเห็นแม่ทาลิปสติกสีแดงเสมอ เมื่อโตขึ้น ส้มส้มเริ่มแต่งตัวเก่งแล้วส้มส้มมักจะทาปากด้วยลิปสติกสีแดงเพราะคิดว่าจะได้สวยเหมือนแม่ กระบวนการนี้เรียกว่าอะไร
    ก. ก.กระบวนการจดจำ
    ข. กระบวนการความใส่ใจ
    ค. กระบวนการจูงใจ
    ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ข

    7.ข้อใดเป็นปัจจัยที่สำคัญในการเรียนรู้โดยการสังเกตของกระบวนการจดจำ
    ก. คุณครูสอนนีน่าเต้นและนีน่าสามารถทำตามครูได้
    ข. มะลิไปเซเว่นแล้วเห็นช็อกโกแลต มะลิจำได้ว่าบอมชอบกินช็อกโกแลตเลยซื้อไปฝาก
    ค. ปกติซาร่า ผูกเชือกรองไม่เป็น แต่วันนี้ซาร่าสามารถผูกเชือกรองเท้าได้ เพราะวันก่อนซาร่าสังเกตพี่ขายรองเท้า
    ง. ถูกทุกข้อ

    8. คุณครูเห็นมีล่าขยันทำความสะอาดห้องเรียนทุกวัน ครูจึงให้รางวัลในความขยันของมิล่าและทำให้เพื่อนอยากทำความสะอาดมากขึ้น ประโยคนี้เป็นปัจจัยที่สำคัญในการเรียนรู้โดยการสังเกตของกระบวนการใด
    ก. กระบวนการความเอาใจใส่
    ข. กระบวนการจดจำ
    ค. กระบวนการแสดงพฤติกรรมเหมือนตัวอย่าง
    ง. กระบวนการจูงใจ

    9. ข้อใดเป็นแนวคิดและทฤษฎีการเรียนรู้ของบันดูร่า
    ก. หมวยชอบดูการ์ตูนการต่อสู้ ทำให้ต้อมมีนิสัยก้าวร้าวชอบใช้กำลัง
    ข. มีมี่นั่งดูเพื่อนๆเล่นกระโดดเชือก แต่มีมี่ไม่เล่นเพราะมีมี่ไม่ชอบกระโดดเชือก
    ค. เหมยตื่นเช้าทุกวันเพราะแม่ตั้งนาฬิกาปลุกให้
    ง. แม่มักจะบอกอามานีแปรงฟันก่อนนอนเสมอ หากวันใดที่แม่ไม่บอกอามานีก็มักจะทำเป็นลืม

    10 ตัสนีมเป็นเด็กที่ไม่ชอบกินผัก แม่เลยให้ดูการ์ตูนเกี่ยวกับประโยชน์ของผักทุกๆวัน แต่ตัสนีมก็ยังไม่ชอบกินผักอยู่ดี
    ก. พฤติกรรมสนองตอบที่เกิดขึ้นจากการเรียนรู้
    ข. พฤติกรรมที่เรียนรู้แต่ไม่เคยแสดงออกหรือกระทำ
    ค. พฤติกรรมที่แสดงออกทางการกระทำ
    ง. ผิดทุกข้อ

    ...................................................................

    เฉลยทฤษฎีการเรียนรู้บันดูร่า
    1.ง
    2.
    3.
    4.
    5.
    6.
    7.
    8.
    9.
    10.ข

    ...................................................................

    แบบทดสอบเกสตัลท์

    1. ข้อใดเป็นแนวคิดของกลุ่มเกสตัลท์
    ก. หนูปิ่งอยากรู้ว่าถ้านำสีแดงไปผสมกับเหลืองจะเกิดเป็นสีอาไร จึงนำสีไปผสมกันจึงได้รู้ว่าเมื่อผสมกันแล้วเกิดสีส้ม
    ข. ครูณเดชสอนเด็กเกี่ยวกับดอกไม้เมื่อเด็กสามารถบอกได้แล้วว่า ดอกไม้ คืออาไร ครูณเดชก็สอนเกื่ยวกับ ชนิดดอกไม้ต่อ
    ค. คุณแม่หนูฟ้าเห็น หนูฟ้ากำลังวาดรูป แม่หนูเขาไปชมหนูฟ้าทำให้หนูฟ้า มีความรู้สึก ดีใจ และอยากวาดรูปอีก อย่างมีความสุข
    ง. ข้อ ก และ ค ถูก

    2. ปิงเห็นสีแดงเขาจะนึกถึงเลือดเสมอ แต่บิวเห็นสีแดงเขาจะนึกถึงดอกชบาจากข้อความข้างต้นอยู่ในหลักการเรียนรู้ ในลักษณะใด
     ก. การรับรู้
     ข. การหยังเห็น
     ค. การปรับเปลี่ยน
     ง. การดูดซัมประสบการณ์

    3. อามี เห็นสีฟ้า อามีนึกถึงน้ำทะเล แต่วีน่า เห็นสีฟ้าเขาจะนึกถึงท้องฟ้า จากข้อความ ข้างต้น อยู่ในการเรียนรู้ ในลักษณะใด
    ก. การหยั่งเห็น
    ข. การรับรู้
    ค. การปรับเปลี่ยน
    ง. การเปลี่ยนแปลง

    4. ลิงชิมแปนซี ถูกขัง อยู่ในกรงพอเขาเห็นกล้วยอยู่นอกกรง มัน พยายามจะหยิบกล้วยแต่หยิบไม่ถึง เขาพยายามอยู่หลายครั้ง มันเห็นไม้ มันเลยเอาไม้เขี่ยๆกล้วยจนกล้วยอยู่หน้าประตูของกรง มันเลยสามารถหยิบกล้วยได้ จากข้อความข้างต้นจัดอยู่ในหลักการเรียนรู้ในลักษณะใด
    ก. การปรับเปลี่ยน
    ข. การหยั่งเห็น
    ค. การรับรู้
    ง. การเปลี่ยนแปลง

    5. หนูนิดต้องการหยิบหนังสือการ์ตูนที่ชั้นวางหนังสือ แต่หนังสืออยู่บนชั้นวางที่สูง หนูนิดเอื้อมมือไม่ถึงหนูนิดเลยแก้ปัญหาโดยการเอาเก้าอี้ เพื่อหยิบหนังสือการ์ตูน แต่หนูนิดก็ยังเอื้อมไม่ถึง หนูนิดเลยเอาเก้าอี้อีกตัวทับซ้อนกัน หนูนิดสามารถหยิบหนังสือการ์ตูนได้ จากข้อความข้างต้นหนูนิด อยู่ในหลักการเรียนรู้ในลักษณะใด
    ก. การรับรู้
    ข. การหยั่งเห็น
    ค. การปรับเปลี่ยน
    ง. การ ดูดซึมประสบการณ์

    6. ครูมาลีสอนเด็กอนุบาลในเรื่องการแปรงฟันอย่างถูกวิธี โดยครูมาลีจะทำหน้าที่เป็นตัวอย่างให้เด็กดู พร้อมบอกวิธีการแปรงฟันที่ถูกวิธี จากข้อความข้างต้นจัดอยู่ในกฎใด
    ก. กฎแห่งความแน่นอนชัดเจน
    ข. กฎแห่งความคล้ายคลึง
    ค. กฎแห่งความใกล้ชิด
    ง. กฎแห่งการสิ้นสุด

    7. หนูพลอยมีกระเป๋าเป้หมีพู เมื่อแม่หนูเพลอยพาหนูพลอยไปเที่ยวสวนสนุก หนูพลอยเห็นคนถือกระเป๋าเป้ หมีพู หนูพลอยก็บอกว่าเป็นกระเป๋าเป้ของเขา จากข้อความข้างต้น หนูพลอยจัดอยู่ในกฎใด
     ก. กฎแห่งความแน่นอนชัดเจน
     ข. กฎแห่งความคล้ายคลึง
     ค. กฎแห่งความใกล้ชิด
     ง. กฎแห่งการสิ้นสุด

    8. มีร่า เรียนออกแบบแฟชั่น มีร่าเดินไปเที่ยวห้างแล้ว มีร่าเห็นช่างตับเย็บเสื้อกำลังร่างแบบนกระดาษ มีร่าเข้าไปดู มีร่าสามารถบอกได้ว่าช่างตับเย็บกำลังจะเย็บกางเกงจากขอความข้างต้น มีร่าอยู่ในกฎใด
     ก. กฎแห่งความแน่นอน หรือชัดเจน
     ข. กฎแห่งความคล้ายคลึง
     ค. กฎแห่งความใกล้ชิด
     ง. กฎแห่งการสิ้นสุด

    9. หนูแดงไปเที่ยวสวนสนุกกับทางโรงเรียน โดยทางโรงเรียนกำหนดให้ใส่เสื้อสีแดง หนูแดงเกิดหลงทาง หนูแดงหันไปเห็นกลุ่มเพื่อนๆที่ใส่เสื้อแดงเหมือนเขา หนูแดงจึงรีบวิ่งไปหาเพื่อนๆ จากข้อความข้างต้นหนูแดงจัดอยู่ในกฎใด
     ก. กฎแห่งความแน่นอน หรือชัดเจน
     ข. กฎแห่งความคล้ายคลึง
     ค. กฎแห่งความใกล้ชิด
     ง. กฎแห่งการสิ้นสุด

    10. อามาเป็นเภสัชกรหญิงที่ทำหน้าที่จ่ายยาให้ผู้ป่วยประจำ นายแพทย์สั่งยาให้ผู้ป่วยรายหนึ่ง นายแพทย์เขียนชื่อยาเป็นอักษรย่อ แต่เภสัชกรหญิงก็สามารถแปลอักษรได้ว่า เป็นอะไร ยาอะไร เพราะมีความคุ้นเคยเป็นประจำ จากข้อความข้างต้นจัดอยู่ในกฎใด
     ก. กฎแห่งความแน่นอน หรือชัดเจน
     ข. กฎแห่งความคล้ายคลึง
     ค. กฎแห่งความใกล้ชิด
     ง. กฎแห่งการสิ้นสุด

    ...................................................................

    เฉลยทฤษฎีการเรียนรู้เกสตัลท์
    1.ข
    2.
    3.
    4.
    5.
    6.
    7.
    8.
    9.
    10.ง
    ...................................................................




    รูปภาพที่เกี่ยวข้อง



  • แบบทดสอบกลุ่มพัฒนาการ

    0

    แบบทดสอบกลุ่มพัฒนาการ


    แบบทดสอบ
    ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของ
    ซิกมันด์ ฟรอยด์ ( Sigmund Freud )
    1. จิตไร้สำนึก คืออะไร
         ก. ความปรารถนา
         ข. ความพึงพอใจ
         ค. แรงจูงใจ
         ง. ความต้องการ

    2. โครงสร้างของบุคลิกภาพข้อใดที่อยู่ในระดับจิตไร้สำนึกเป็นส่วนใหญ่
         ก. อิด(id)
         ข. อีโก้(Ego)
         ค. ซูเปอร์อีโก้(superego)
         ง. ถูกทุกข้อ

    3. Superego เป็นส่วนที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับศิลธรรม จรรยา ข้อใดต่อไปนี้เป็น superego
         ก. การรักษาขนบธรรมเนียม
         ข. การรับค่านิยมจากพ่อและแม่
         ค. การรักษาประเพณีวัฒนธรรม
         ง. การรับค่านิยมจากบรรพบุรุษ

    4. ความรู้สึกพึงพอใจของวัยรุ่น จัดอยู่ในขั้นใดของขั้นพัฒนาบุคลิกภาพของฟรอยด์
         ก. ขั้นทวาร
         ข. ขั้นอวัยวะเพศตอนต้น
         ค. ขั้นแฝง
         ง. ขั้นอวัยวะเพศตอนปลาย

    5. เด็กที่ชอบเอาแต่ใจตัวเอง จัดอยู่ในกลไกในการป้องกันตัว ข้อใด
         ก. การเก็บกด
         ข. การถดถอย
         ค. การแสดงปฏิกิริยาตรงข้ามกับความปรารถนาที่แท้จริง
         ง. การแยกตัว

    6. เด็กที่ถูกพ่อแม่บีบบังคับมากจนเกินไป จะทำให้เด็กเกิดกลไกในการป้องกันตัว ข้อใด
         ก. การเก็บกด
         ข. การถดถอย
         ค. การแสดงปฏิกิริยาตรงข้ามกับความปรารถนาที่แท้จริง
         ง. การแยกตัว

    7. ถ้าแม่รักลูกอีกคนมากกว่า จะแสดงอาการที่แตกต่างกัน จัดอยู่ในกลไกการป้องกันตัว ข้อใด
         ก. การเก็บกด
         ข. การถดถอย
         ค. การแสดงปฏิกิริยาตรงข้ามกับความปรารถนาที่แท้จริง
         ง. การแยกตัว

    8. ข้อใดต่อไปนี้เป็นตัวที่ทำให้เกิดพฤติกรรมแสดงออกมาให้เห็น
         ก. อิด(id)
         ข. อีโก้(Ego)
         ค. ซูเปอร์อีโก้(superego)
         ง. ถูกทุกข้อ

    9. ขั้นปาก ของขั้นพัฒนาบุคลิกภาพของฟรอยด์จัดอยู่ในช่วงวัยใดต่อไปนี้
          ก. แรกเกิด
          ข. อนุบาล
          ค. ประถมศึกษา
          ง. มัธยมตอนต้น

    10. ขั้นแฝง ของขั้นพัฒนาบุคลิกภาพของฟรอยด์จัดอยู่ในช่วงวัยใดต่อไปนี้
          ก. แรกเกิด
          ข. อนุบาล
          ค. ประถมศึกษา
          ง. มัธยมตอนต้น
    ...........................................................................................................................


    เฉลยแบบทดสอบทฤษฎีพัฒนาการ
    เฉลยทฤษฎีพัฒนาการ ฟรอยด์
    1.ก
    2.
    3.
    4.
    5.
    6.
    7.
    8.
    9.
    10.ค
    ...........................................................................................................................
    แบบทดสอบ
    ทฤษฎีพัฒนาการของอิริคสัน (Erikson)
    1. อิริคสัน ได้สร้างทฤษฎีขึ้นในแนวทางความคิดของฟรอยด์ แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญในด้านใด
                ก.ความสำคัญทางด้านสังคม                  
                ข.ความสำคัญทางด้านฐานะ                                           
                ค.ความสำคัญทางด้านวัฒนธรรม
                ง.ความสำคัญทางด้านสิ่งแวดล้อม

    2. อิริคสัน เป็นนักจิตวิเคราะห์ที่มีชื่อเสียง ดังนั้นเขาเห็นว่าการจะทำความเข้าใจพฤติกรรมเด็กจะต้องศึกษาจากอะไรบ้าง             
                ก.จากการอบรมเลี้ยงดู สภาพแวดล้อม และความเป็นอยู่ของเด็ก      
                ข.จากฐานะทางสังคม สภาพแวดล้อม และอารมณ์ของเด็ก
                ค.จากอิทธิพลของพ่อแม่ จิตใจของเด็ก และสภาพแวดล้อม
                ง.จากการปฏิบัติตัวของคนในครอบครัว สภาพแวดล้อม และความรู้สึกของเด็ก

    3. ‘’ มานีอยากมีอาชีพเป็นหมอเลยสมัครสอบคณะแพทยศาสตร์ แต่มานะไม่รู้ว่าจะสอบเข้าคณะอะไร เพราะไม่รู้ว่าตัวเองอยากทำอาชีพอะไร ‘’ มานะมีพัฒนาการล้มเหลวในขั้นใดของอีริคสัน
                ก.  ขั้นที่ 2 ความเป็นตัวของตัวเองกับความคลางแคลงใจ
                ข.  ขั้นที่ 3 ความริเริ่มกับความรู้สึกผิด
                ค. ขั้นที่  4 ความขยันหมั่นเพียรกับความรู้สึกต่ำต้อย
                ง.  ขั้นที่  5 ความเป็นเอกลักษณ์กับความสับสนในบทบาท

    4. ความสุขของช่วงวัยใดที่ต้องการความสงบสุขในชีวิต
                ก. ช่วงวัย 12-20 ปี
                ข. ช่วงวัย 21-35 ปี
                ค. ช่วงวัย 36-59 ปี
                ง. ช่วงวัย 60-80 ปี

    5. ในขั้นความไว้วางใจ-ความไม่ไว้วางใจผู้ปกครองหรือผู้เลี้ยงดูควรคำนึงถึงข้อใดต่อไปนี้เป็นสำคัญ
                ก. ความคิดของเด็กเป็นสำคัญ
                ข. ความสามารถของเด็กเป็นสำคัญ
                ค. ความต้องการของเด็กเป็นสำคัญ
                ง. การตอบสนองของเด็กเป็นสำคัญ

    6. เด็กในช่วง2-3ปี จะเริ่มพัฒนาความเป็นตัวเอง ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด
                ก. เป็นวัยที่เด็กได้ทำตามความสามารถและวิธีการของเด็กแต่ละคน
                ข. เป็นวัยที่เด็กจะยึดความคิดของตัวเองเป็นหลัก
                ค. เป็าวัยที่เด็กมีการตอบสนองความคิดของตัวเอง
                ง. ข้อ ข. และข้อ ค. ถูกต้อง

    7. ความรู้สึกต้องการเพื่อนสนิทที่รู้ใจ  ความรัก ความผูกพัน  จะเกิดขึ้นในช่วงอายุใด
                ก.  6 -12 ปี
                ข.  12 -17 ปี
                ค.  18 - 34 ปี
                ง.  35 - 60  ปี

    8. ขั้นใดเป็นขั้นที่จะกลับไปมองอดีตของตนตั้งแต่ต้น
    ก.ขั้นบูรณาการกับความสิ้นหวัง
    ข.ขั้นความริเริ่มกับความรู้สึกผิด
    ค.ขั้นความเป็นตัวของตัวเองกับความคลางแคลงใจ
    ง.ขั้นความเป็นเอกลักษณ์กับความสับสนในบทบาท

    9. ข้อใดจัดอยู่ในขั้นความคิดริเริ่ม
                ก.ซูมัยหยิบทุกอย่างที่เขามองเห็นใส่เข้าปาก
    ข.นาเดีย เสียใจมากที่แม่รักพี่ชายมากกว่า
    ค.ซานี ตั้งใจเรียนหนังสือ
    ง.อรนุช ออกแบบการปั้นดินน้ำมันตามจิตนาการของเขา

    10. ความขยันหมั่นเพียรกับความรู้สึกต่ำต้อย ตรงกับเหตุการณ์ใดมากที่สุด
    ก. ซากีเราะฮ์เรียนเก่ง แต่ไม่ชอบทำกิจกรรม
    ข. วีณาไม่ชอบวาดภาพ
    ค. วาตีชอบขโมยของ เวลาเพื่อนเผลอ
    ง. ปิงเป็นคนเรียนเก่งแต่เขาจะเสียใจง่ายเมื่อได้รับคำติ
    ...........................................................................................................................



    แบบทดสอบ
    ทฤษฎีพัฒนาการตามวัยของ
    โรเบิร์ต เจ. ฮาวิกเฮิร์ส (Robert havighurst)
    1. " ไลลา มีพัฒนาการทางด้านการเปล่งเสียง การพูด " แสดงว่าไลลา อยู่ในช่วงวัยใด ของการแบ่งพ้ฒนาการของฮาวิคเฮอร์ท
                 ก. วัยเด็กตอนกลาง                    ข. วัยเด็กเล็ก-วัยเด็กตอนต้น
                 ค. วัยรุ่นตอนต้น                        ง. วัยรุ่นตอนปลาย

     2.เด็กที่มีพัฒนาการในเรื่องการปรับตัวเข้ากับเพื่อนรุ่นเดียวกัน อยู่ในช่วงอายุใด
                ก. แรกเกิด-3ปี                            ข. แรกเกิด-6ปี
                ค. 6- 12ปี                                 ง. 12-18ปี

    3."แบงค์ มักจะเข้าหาเพื่อนๆ เมื่อคุณครูให้ทำงานเป็นกลุ่ม" แบงค์อยู่ในช่วงวัยใด
                ก.วัยเด็กเล็ก                               ข.วัยเด็กตอนต้น
                ค.วัยเด็กตอนกลาง                      ง.วัยรุ่นตอนต้น

    4. ในช่วงวัยรุ่นตอนปลายวัยรุ่นจะคิดในเรื่องใดเป็นหลัก
                ก.รานีตั้งใจเรียนหมั่นอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบบรรจุข้าราชการเพื่ออาชีพครูที่มั่นคง
                ข.โนร์ดิงคิดที่จะอยู่ติดกับครอบครัวโดยจะให้เเม่เป็นที่ปรึกษา
                ค.ฟารุดเริ่มรู้จักโลกส่วนตัวสูงไม่ชอบเข้าสังคมกับเพื่อน
                ง.วินัยคิดที่จะโมโหใส่เพื่อนตลอดเวลา

    5. ในช่วงวัยใดที่วีน่าและริฏวันเริ่มเลือกคนรู้ใจมาเป็นคู่ชีวิตและพร้อมที่จะใช้ชีวิตกับคู่เเต่งงาน
                ก.วัยรุ่นตอนต้นและตอนปลาย( 12-18)                 ข.วัยผู้ใหญ่ตอนต้น(18-35)
                ค.วัยกลางคน(35-60)                                         ง.วัยชรา60ปีขึ้นไป

    6. ในช่วงวัยรุ่นตอนต้นและตอนปลายข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด
                ก.อาซฮาไม่ยอมรับข้อเสนอจากเพื่อนๆทุกประการ
                ข.ฟาตินกับไฟซอลรู้จักรับผิดชอบต่อการวางตัวในสังคม
                ค.นูรมีชอบเเย่งของกับน้องเพราะถือว่าเป็นพี่
                ง.กามีชอบใช้ความรุนเเรงกับเพื่อนตลอดโดยไม่ฟังเหตุผลใดๆ

    7. เด็กมีความคิดรวบยอดง่ายๆเกี่ยวกับความจริงทางสังคมและทางกายภาพ ผู้ใหญ่จะต้องจัดหาสิ่งต่างๆให้กับเด็ก เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กได้มีประสบการณ์กับสิ่งต่างๆรอบตัว การกระทำในข้อใดทำให้เด็กมีทัศนคติที่ไม่ดีในการใช้ชีวิตประจำวัน
                ก. น้องอ้อยไม่เข้าใจเกี่ยวกับเพศตรงข้ามและการมีครอบครัว จึงไปถามพ่อ แต่พ่อดุและไม่อธิบาย เพราะคิดว่าน้องอ้อยยังเป็นเด็กและกลัวว่าจะไปให้ความสนใจกับเพศตรงข้ามมากไป
                ข. น้องวิน ชอบดูการ์ตูนมากจนเป็นเด็กติดการ์ตูน แม่จึงมานั่งดูเป็นเพื่อนและคอยชี้แนะในทางที่ถูกต้อง
                ค. พ่อพาน้องพลอยไปสนามเด็กเล่น น้องพลอยหกล้มและร้องไห้ แต่พ่อไม่ช่วยปล่อยให้น้องพลอยเอาตัวรอดด้วยตนเอง คอยมองดูอย่างใกล้ชิด
                ง. น้องเมย์ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ใครๆก็บอกว่าน้องพลอยเป็นเด็กดีไม่เกเร แม่จึงซื้อของเล่นให้น้องเมย์เพื่อเป็นรางวัลของการเป็นเด็กดี ทำให้น้องเมย์ชอบใจในการทำดียิ้มแย้มแจ่มใส

    8. สมชาย มีความพยายามสร้างฐานะทางเศรษฐกิจ เพื่อความเป็นปึกแผ่นของครอบครัว แต่สมชายขาดโอกาสในการใช้ชีวิต เนื่องจากสมชายเป็นคนยากจน จะส่งผลกระทบในวัยชราอย่างไร
                ก. สมชายใช้ชีวิตอย่างที่เคยเป็นอยู่โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ
                ข. สมชายใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเพื่อปกปิดความทุกข์ของตนเอง
                ค. สมชายใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุขแต่สามารถปรับตัวได้กับการตายจากของคู่ครอง
                ง. สมชายใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุขรู้สึกท้อแท้ในการใช้ชีวิตประจำวัน

    9. มานะรำพึงถึงชีวิตของตนเองมาว่า "นับตั้งแต่เกิดมา มานะได้ผ่านวัยทารก วัยเด็ก วัยหนุ่มสาว วัยผู้ใหญ่ และบรรลุถึงวัยสูงอายุแล้ว" มานะยิ้มอย่างมีความสุข เกิดความภูมิใจในตนเอง ข้อใดเป็นส่วนสำคัญที่สุดที่ทำให้มานะมีความสุขในวัยสูงอายุ
    ก.ได้รับการศึกษาเล่าเรียนที่ดกลายเป็นผู้มีความรู้ เนื่องจากครอบครัวมีฐานะดี
    ข.ได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อแม่อย่างอบอุ่นและดูแลอย่างใกล้ชิด
    ค.มีอาชีพ การงาน และรากฐานของครอบครัวอันมั่นคง
    ง.มองโลกในแง่ดีเสมอ ทำให้เป็นที่ยอมรับของผู้คนรอบข้างอยูเสมอ

    10. คุณธรรม จริยธรรม ความถูกต้องดีงาม ควรปลูกฝังในวัยใดจึงจะได้ผลดีที่สุด
    ก.วัยเด็กตอนต้น
    ข.วัยเด็กตอนกลาง
    ค. วัยรุ่น
    ง.ปลูกฝังได้ในทุกๆวัย

    ................................................................................................................

    เฉลยทฤษฎีพัฒนาการ โรเบิกร์ เจ.
    1.ข
    2.
    3.
    4.
    5.
    6.
    7.
    8.
    9.
    10.ข
    ................................................................................................................


    แบบทดสอบ
    พัฒนาการทางจริยธรรมของ
    ลอเรนส์ โคลเบิร์ก (Lawrence Kohlberg)
    1.พฤติกรรมใดของบุคคลต่อไปนี้ตรงกับ ทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบิร์กในระดับที่ขั้นที่ 2
    .มารุต ช่วยคุณครูถือของไปวางไว้ที่ห้องพักครู และครูได้ให้ขนมแก่เขาเป็นสิ่งตอบแทน
    . นิติ ผลักเพื่อนเพื่อแย่งของเล่นมาล่นคนเดียวอย่างสบายใจ
    ค.ปรียาโดนคุณแม่บังคับให้กราบคุณยาย
    ง.ครูก้อยนำขนมวางไว้เพื่อเป็นรางวัลให้แก่เด็ก โดยกำหนดเงื่อนไขไว้ว่า “เด็กคนใดไหว้สวย เดี๋ยวครูจะให้ขนม”

    2.”คุณพ่อได้ออกกฎระเบียบของบ้านให้แก่ลูกๆว่า เมื่อเล่นของเล่นเสร็จให้นำของเล่นเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในบ้าน และลูกๆก็ปฏิบัติตามกฎของคุณพ่ออย่างเคร่งครัด เพราะการเก็บของเล่นให้เรียบร้อยหลังจากเล่นเสร็จ เป็นพฤติกรรมที่ดีและควรทำ” ตัวอย่างข้างต้นตรงกับทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบิร์ก
    ก.ระดับ 2 ขั้น 4
    ข.ระดับ ขั้น 6
    ค.ระดับ ขั้น 1
    ง.ระดับ ขั้น 3

    3.น้องนิรินมีพฤติกรรมที่ทำในสิ่งที่ตนเองพอใจ และทำสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ตนเองโดยไม่สนใจความรู้สึกของผู้อื่น น้องนิรินมีพัฒนาการทางจริยธรรมระดับใดของโคลเบิร์ก
    ก.ระดับที่ 1
    ข.ระดับที่ 2
    .ระดับที่ 3
    ง.ระดับที่ 4

    4.”มาลี เป็นคนที่ไม่เอาเปรียบผู้อื่นเสมอต้นเสมอปลาย พฤติกรรมที่ทำให้คนรอบข้างชอบและชื่นชมมาลี คือ มาลีเป็นคนรักษาคำมั่นสัญญา” ข้อความดังกล่าวจัดอยู่ในขั้นใด
    ก.ขั้นที่ 1
    ข.ขั้นที่ 3
    ค.ขั้นที่ 5
    ง.ขั้นที่ 6

    5.”เมษา ชอบคิดเล็กคิดน้อยและจะคล้อยตามการชักจูงของเพื่อน เพื่อจะได้เป็นที่ชื่นชอบและยอมรับของกลุ่มเพื่อน ทำให้ไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง” พฤติกรรมนี้อยู่ในช่วงอายุใดตามทฤษฎีของโคลเบิร์ก
    ก.5-6 ปี
    ข.6-10 ปี
    ค.10-15 ปี
    ง.15-20 ปี

    6.การกระทำในข้อใดที่ควรกระตุ้นให้เด็กได้สื่อแนวคิดออกมา โดยการสรางบรรยากาศที่สามารถกระตุ้นให้เด็ก อภิปรายได้อย่างอิสระ
    ก.มีมี่ ชอบฟังนิทาน มีจินตนาการกว้างไกล แม่จึงถ่ายวีดิโอให้มีมี่เล่านิทาน
    ข.บอย เป็นเด็กติดแม่และถูกตามใจตลอด และแม่จะเป็นคนแก้ปัญหาให้บอยตลอดเวลา
    ค.เจน มีความมั่นใจในตัวเองสูง จึงมักจะทำอะไรโดยไม่คิด แต่มีแม่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด
    ง.ก้อย เป็นเด็กที่อยากรู้อยากเห็น จึงมักถามเสมอในสิ่งที่ตนไม่เขาใจ แม่จะเป็นผู้อธิบายทุกอย่าง เพื่อให้ก้อยเข้าใจในที่สุด

    7.หมูน้อย ปรับตัวตามเพื่อนๆในกลุ่มทุกๆเรื่อง เพื่อให้เพื่อนรักและยอมรับในตัวเขา พฤติกรรมแบบนี้ เป็นพฤติกรรมระดับใดของโคลเบิร์ก
    ก.ระดับจริยธรรมอย่างมีจิตวิญญาณ
    .ระดับจริยธรรมคุณธรรม
    .ระดับจริยธรรมตามกฎเกณฑ์สังคม
    .ระดับจริยธรรมก่อนกฎเกณฑ์สังคม

    8.พฤติกรรมใดของบุคคลในสังคมที่ควรได้รับการแก้ไข
    .สมศรีชอบให้เงินแก่คนขอทาน
    .สมนึกตัดสินคดีความด้วยความซื่อตรง
    .สมหวังเป็นคนเจ้าชู้มีภรรยาหลายคน
    .สมคิดชอบให้หมอดูทำนายดวงชะตา

    9.น้องแดงมีพฤติกรรมชอบรังแกผู้อื่น ครูจึงลงโทษน้องแดง พฤติกรรมแบบนี้เป็นพฤติกรรมระดับใดของโคลเบิร์ก
    ก.ระดับจริยธรรมก่อนเกณฑ์สังคม
    .ระดับจริยธรรมตามกฎเกณฑ์สังคม
    .ระดับจริยธรรมอย่างมีวิจารณญาณ
    .ระดับจริยธรรมคุณธรรมสังคม

    10.ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้องที่สุด เกี่ยวกับจริยธรรมตามกฎเกณฑ์สังคม
    .บุญชูชอบกินขนมหวานจนเป็นโรคอ้วน พ่อจึงดุ
    .บุญชัยเป็นคนฉลาดเพราะชอบแสวงหาความรู้ใหม่ๆอยู่ตลอด
    .กรรชัยเป็นคนที่ไม่เคารพกฎจราจร เนื่องจากเขาชอบขับรถฝ่าไฟแดง
    .บุญช่วยชอบเป็นผู้นำในกลุ่มเพื่อน เพื่อให้เพื่อนยอมรับและประทับใจทั้งๆที่เขาเป็นคนไม่กล้าแสดงออก
    ................................................................................................................

    เฉลยทฤษฎีพัฒนาการ โคลเบิร์ก
    1.ง
    2.
    3.
    4.
    5.
    6.
    7.
    8.
    9.
    10.ง

    ................................................................................................................

    แบบทดสอบ
    ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของ
    ฌอง เพียเจต์ (Jean Piaget ) 
    1.  ฟารุกเริ่มสามารถใช้เหตุผลในการตัดสินใจทำสิ่งต่างๆแสดงว่าฟารุกอยู่ในช่วงใด
    ก. ประถมศึกษา
    ข. มัธยมต้น
    ค. มัธยมปลาย
    ง. ชั้นอนุบาล

    2.  ฟาตินไม่สามารถเรียงสิ่งของจากสิ่งที่ใหญ่กว่าไปถึงสิ่งที่เล็กกว่า ฟาตินจัดอยู่ในช่วงใด
    ก. ประถมศึกษา                              ค.   อนุบาล
    ข. ประถมต้น                                   ง.   ข และ ค ถูก

    3.  นภัสสามารถแยกแยะว่าสิ่งใดมีลักษณะใหญ่กว่าหรือเล็กกว่านภัสจัดอยู่ในช่วงใด?
    ก. ประถมศึกษา                          ค.  มัธยมต้น
    ข. มัธยมปลาย                             ง.   อนุบาล

    4.  เด็กในขั้นใดมักจะทำอะไรซ้ำๆบ่อยๆ
    ก. ขั้นปฏิบัติการคิด                         
    ข. ขั้นปฏิบัติการคิดด้านรูปธรรม
    ค. ขั้นประสาทรับรู้และการเคลื่อนไหว
    ง. ขั้นปฏิบัติการคิดด้วยนามธรรม 

    5.  ทารกกัดและเขย่าของเล่น แสดงพฤติกรรมตามประสบการณ์เดิม ลักษณะเช่นนี้เรียกว่าอะไร
    ก. การซึมซับหรือดูดซึมประสบการณ์   
    ข. การปรับเปลี่ยน
    ค. การถดถอย                
    ง. การแสดงพฤติกรรม

    6.  แม่ให้แม่เหล็กแก่เด็กหญิงบีตอนแรกเด็กหญิงบี กัดและเขย่าพอไม่นานเด็กหญิงบีปรับความเข้าใจเดิมที่มีต่อเหล็กแท่งนั้นว่าไม่ใช่ไว้ดูดกัดหรือโยนเล่น เธอเลยเอาแม่เหล็กแท่งนั้นไปดูดสิ่งของต่างๆพฤติกรรมเช่นนี้เรียกว่าอะไร
    ก. การซึมซับหรือดูดซึมประสบการณ์    
    ข. การปรับเปลี่ยน
    ค. การถดถอย                 
    ง. การแสดงพฤติกรรม

    7.  ฮานานีเลียนแบบคุณครู เวลาอยู่บ้านจะสอนน้องโดยให้ตัวเองเป็นครู น้องเป็นนักเรียน พฤติกรรมเช่นนี้จัดอยู่ในช่วงอายุใด?
    ก. แรกเกิด-2ปี                 
    ข. 2-7 ปี
    ค. 7- 11 ปี                     
    ง. 11-15 ปี

    8.  เด็กจะเริ่มฟังมากกว่าได้ยิน และจะมองมากกว่าเห็น มักจะแสดงพฤติกรรมง่ายๆและทำซ้ำๆกันโดยไม่เบื่อ เช่น กำมือเข้าและเปิดออกซ้ำๆกัน เรียกขั้นนี้ว่าขั้นอะไร
    ก. ขั้นพัฒนาอวัยวะเคลื่อนไหวด้านประสบการณ์เบื้องต้น
    ข. ขั้นพัฒนาการประสานอวัยวะ
    ค. ขั้นพัฒนาเคลื่อนไหวโดยมีจุดมุ่งหมาย      
    ง. ขั้นปฏิกิริยาสะท้อน

    9.  ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับเด็กระดับประถมปลายได้ถูกต้องที่สุด
    ก. แนนนี่มักคำนึงถึงความรู้สึกนึกคิดของผู้อื่นและใช้ภาษาติดต่อสื่อสารได้
    ข. นนนี่สามารถคิดถึงองค์ประกอบต่างๆได้
    ค. รินนี่สามารถเข้าใจสิ่งต่างๆได้โดยการใช้สัญลักษณ์
    ง. มันนี่มักยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง

    10.  มาลีสามารถคิดแก้ปัญหาอย่างมีระบบระเบียบและมักคิดเหนือไปกว่าสิ่งที่อยู่ในปัจจุบัน ถือว่ามาลีจัดอยู่ในขั้นใด
    ก. ขั้นประสาทรับรู้และการเคลื่อนไหว     
    ข. ขั้นปฏิบัติการคิด
    ค. ขั้นปฏิบัติการคิดด้านรูปธรรม       
    ง. การปฏิบัติการคิดด้วยนามธรรม

    ................................................................................................................

    เฉลยทฤษฎีพัฒนาการ เพียเจต์
    1.ข
    2.
    3.
    4.
    5.
    6.
    7.
    8.
    9.
    10.ง

    ................................................................................................................

    แบบทดสอบ
    ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของ
    เจอร์โรม บรูเนอร์ (Jerome Bruner)

    1. ทฤษฎีของบรูเนอร์เป็นทฤษฎีเร่งหรือทฤษฎีรอเพราะอะไร
    ทฤษฎีเร่ง เพราะบรูเนอร์คิดว่าไม่ต้องรอให้เด็กพร้อมตามธรรมชาตินั้นเด็กจะมีพัฒนาการที่เก่งกว่า
    . ทฤษฎีรอ เพราะบรูเนอร์คิดว่าการที่เรารอให้เด็กพร้อมตามธรรมชาตินั้นเด็กจะมีพัฒนาการที่เก่งกว่า
    ทฤษฎีรอ เพราะบรูเนอร์คิดว่าการรอพัฒนาการของเด็กจะทำให้เด็กมีความพร้อมมากกว่า
    ทฤษฎีเร่งหรือทฤษฎีรอก็เหมือนกัน เพราะจะขึ้นอยู่กับครูที่จะพัฒนาเด็กให้รอหรือว่าเร่ง

    2. “ แก้วจะมีอารมณ์หงุดหงิดทุกครั้งเมื่อเพื่อนเอาของใช้ส่วนตัวไปใช้ โดยไม่ขออนุญาต ” การกระทำของแก้วอยู่ในขั้นใดของบรูเนอร์
    ก. ขั้นแสดงการคิดด้วยการกระทำ                 ข. ขั้นการคิดจากสิ่งที่มองเห็น
    ค. ขั้นการคิดโดยใช้สัญลักษณ์                       ง. ขั้นการคิดริเริ่ม

    3. “ มาลีจะหยุดรถทุกครั้งเมื่อสัญญาณไฟแดง เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายแก่ตัวเอง “ การกระทำของมาลีอยู่ในขั้นใดของบรูเนอร์
    ก. ขั้นแสดงการคิดด้วยการกระทำ                 ข. ขั้นการคิดจากสิ่งที่มองเห็น
    ค. ขั้นการคิดโดยใช้สัญลักษณ์                       ง. ขั้นการคิดริเริ่ม

    4“ หนูนิดทำตามคำสั่งสอนของแม่ว่าอย่าไปเล่นใกล้กับถนนเพราะมันอันตรายแก่ตัวเอง การกระทำของหนูนิดอยู่ในขั้นในของบรูเนอร์
    ก. ขั้นแสดงการคิดด้วยการกระทำ                 ข. ขั้นการคิดจากสิ่งที่มองเห็น
    ค. ขั้นการคิดโดยใช้สัญลักษณ์                       ง. ขั้นการคิดริเริ่ม

    5. " แดงจดบันทึกเนื้อหาจากการเรียนที่ครูสรุปไว้ โดยการใช้สัญลักษณ์เพื่อลดระยะเวลาในการจด " จากข้างต้นจะอยู่ในระดับใดของบรูเนอร์
    ก. ระดับประถมต้น                                        ข. ระดับประถมปลาย                                         
    ค. ระดับมัธยมศึกษา                                     ง. ระดับมัธยมปลาย

    6. ข้อใดมิใช่ทฤษฎีในการจัดการเรียนการสอนของบรูเนอร์
    ก. ดาด้ามีความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับการเรียนจึงไปถามครู
    ข. อาลีเครียดเรื่องการเรียนต่อมหาลัยแต่จะมีครูสมใจคอยให้กำลังใจ
    ค. ครูพลอยสอนเด็กๆโดยคำนึงความเหมาะสมของผู้เรียน
    ง. ครูช้างสอนเด็กโดยไม่เรียงลำดับความยาก-ง่าย

    7“ ครูวันดีจัดกิจกรรมให้เด็กมีความสนุกสนานและเปิดโอกาสให้เด็กให้แสดงความสามารถที่ตนเองมั่นใจ ” จากข้างต้นอยู่ในระดับใดของบรูเนอร์
    ก. ระดับประถมต้น                                      ข. ระดับประถมปลาย
    ค. ระดับมัธยมศึกษา                                     ง. ระดับมัธยมปลาย

    8. " น้องปลาเป็นคนที่มีความสามารถหลากหลาย เช่นการเรียนภาษา การวาดภาพ เล่นดนตรี ในระยะเวลาเดียวกันได้เป็นอย่างดี โดยการแบ่งเวลา ในแต่ละทุกๆด้าน " จากข้างต้นจะอยู่ในระดับในของบรูเนอร์
    ระดับประถมต้น                                       ขระดับประถมปลาย
    ระดับมัธยมศึกษา                                      งระดับมัธยมปลาย

    9. “ พี่สาวกำลังนั่งทำการบ้านอยู่ หนูแดงก็มาเห็นพี่สาวกำลังเขียนๆบนกระดาษ หนูแดงจึงไปข้อกระดาษจากแม่เพื่อมาเขียนๆตามที่สาว ” จากข้างต้นหนูแดงจะอยู่ใดของบรูเนอร์และจะเหมือนขั้นใดของเพียเจต์
    ขั้นแสดงการคิดด้วยการกระทำ     ขั้นประสาทรับรู้และการเคลื่อนไหว
    ขั้นการคิดกับสิ่งที่มองเห็น        ขั้นก่อนปฏิบัติการคิด
    ขั้นการคิดกับสิ่งที่มองเห็น        ขั้นปฏิบัติการคิดด้วยรูปธรรม
    ขั้นการคิดโดยใช้สัญลักษณ์      ขั้นปฏิบัติการคิดด้วยนามธรรม

    10.ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการเรียนรู้ที่ได้ผลดีที่สุดของบรูเนอร์
    ก.ครูฟ้าพาเด็กๆไปฟังการบรรยายเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์
    ข.ครูฟาตินให้นักเรียนปลูกถั่วงอกและสังเกตการเจริญเติบโต
    ค.สุดารู้จักควบคุมอารมณ์ของตัวเองเมื่อรู้สึกโกรธ

    ง. หนูแดงเป็นคนที่ชอบวาดรูประบายสี เมื่อพ่อแม่ไปลาดจะซื้อสมุดวาดรูปให้หนูแดงทุกครั้ง

    ................................................................................................................

    เฉลยทฤษฎีพัฒนาการ บรูเนอร์
    1.ก
    2.
    3.
    4.
    5.
    6.
    7.
    8.
    9.
    10.ข

    ................................................................................................................


    ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ การ์ตูน เคลื่อนไหว ตกแต่ง powerpoint

  • Copyright © - จิตวิทยาสำหรับครู

    จิตวิทยาสำหรับครู - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan